LINE FRIENDS CAFE’&Store at Shanghai !!! พาชมคาเฟ่ LINE ในเซี่ยงไฮ้~

Gallery

This gallery contains 1 photo.

คราวนี้แคตโตะมาเซี่ยงไฮ้ วันที่ออกเพื่อพบปะกับเพื่อน blogger สาวชาวเซี่ยงไฮ้และเกาหลี ซึ่งต้องบินไปทำงานต่อที่ปักกิ่งด้วย (ทีมแองเจิ้ลซึ่งเป็นอีกทีมของ @redlovetree ที่รวมบล็อกเกอร์ทั้งหมด 5สัญชาติ) วันเดินเล่นในเมือง ที่เดินไปไม่มีจุดหมายเท่าไหร่ ก็เห็นป้ายใหญ่ๆเป็นโฆษณาเปิดคาเฟ่ใหม่และมี บราวน์ โคนี่ แซลลี่เต็มไปหมดเลย “เหยยยยย เป็นได้ไงจะมี LINE Café ที่ประเทศจีนนี้ ประเทศที่ Block LINE อยู่ไม่ให้ใช้เนี่ยนะ!!!” << เครื่องหมายตกใจอยากใส่ให้มากกว่านี้ พอเดินไปด้านหน้า “หูวววววว กว้างใหญ่ด้วย” คิวไม่มี ก็เลยตัดสินใจเดินเข้าไปชม ของขายเยอะมาก และก็พื้นที่กว้างมากแบ่งเป็นโซนคาเฟ่ มีที่นั่งสองฝั่งใหญ่ๆเลย ถ้าใครเคยไปที่สาขาฮาราจุกุ-โตเกียวแล้วบอกได้เลย ใหญ่กว่า 5 เท่าตัว LINE FRIENDS … Continue reading

Mar 13

แชร์ประสบการณ์ไมโกะที่กิอง (เกียวโต) : 舞妓体験*ぎをんAYA

blog ตอนนี้เป็นการเปิดเผยเบื้องหลังการแต่งตัวเป็นสาวน้อยไมโกะ เจาะลึกกันถึงห้องแต่งตัว ห้องแต่งหน้า เปลี่ยนใส่กิโมโนแบบที่ที่อื่นไม่มีแน่นอน

ทีม @japaijapan เราได้รับอนุญาตจากร้าน Gion AYA แล้วสำหรับการเข้าไปถ่ายทำถึงในสตูดิโอ

ทุกอย่างตามความเห็นสมควรที่สามารถนำมาเผยแพร่ให้ทุกคนได้ชมค่ะ

 photo MBT10941_zps4f96571c.jpg

ร้านที่รับแต่งตัวเป็นไมโกะให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือแม้แต่คนญี่ปุ่นเองซึ่งเป็นที่นิยมมากเมื่อมาถึงเกียวโต ในเขตกิองนั้นเป็นที่ที่รวบรวมร้านเหล่านี้ไว้มากเลยทีเดียว ทีม @japaijapan เราได้ลองค้นหาจากหลายๆที่ก่อนที่จะเลือกร้าน 「Gion AYA」 และทำการจองไว้ล่วงหน้าถึงหนึ่งเดือน จากข้อมูลร้านที่เราได้อ่านจากเวบไซด์ ของ GionAYA มีรายการทีวีหลายรายการที่ไปถ่ายทำเรื่องราวของไมโกะ โดยใช้ชุดกิโมโนของที่นี่ ช่างแต่งหน้า ช่างแต่งตัว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างทำให้เราตัดสินใจเลือกไม่ยาก และอีกเหตุผลนึงคือเรามีเพื่อนคนญี่ปุ่นที่แนะนำร้านนี้ให้กับเราตอนที่เรากำลังหาข้อมูล

 photo MBT10933_zps88da8855.jpg

ด้วยที่เราอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นจึงติดต่อของจอง และ ขอถ่ายรูปด้านในเป็นกรณีพิเศษผ่านทาง e-mail การตอบรับของเจ้าของร้านที่ใส่ใจส่งเมล์กลับมาทันที และคอยถามเราเป็นระยะๆถึงเรื่องการเดินทาง (คือเป็นห่วงตั้งแต่ออกเดินทางจากโตเกียวไปเกียวโตเลยหละ)

 photo MBT10942_zps0ef9ed67.jpg

พอมาถึงเวลานัด ตรงเวลา พนักงานออกมายืนรอรับ พร้อมกับเรียกชื่อเราได้ถูกต้อง เชิญเข้าไปนั่งในห้องรับรองและอธิบายสั้นๆถึง plan ที่เราเลือกมาถ่าย กรอกรายละเอียดไป (จริงๆแล้ว plan ที่เลือกก็ได้ตกลงกันมาก่อนตอนจอง)

แต่ร้านนี้แนะนำให้ขึ้นแท็กซี่ไปเลยค่ะ ไม่เสียเวลาเดินและจะได้ไม่หลงทางด้วย

ร้านอยู่ในกิองเลย แต่ว่าอยู่ในซอยเล็กๆทำให้มองเห็นยาก แท็กซี่ก็ไม่เกิน 1,500เยน จากสถานีเกียวโต

 photo MBT10934_zps440712dc.jpg

พนักงานก็เดินไปหยิบอุปกรณ์มาให้สองอย่างคือ ถุงเท้าและชุดสีขาว คือเป็นชุดด้านในก่อนที่จะใส่กิโมโนทับอีกชั้น เราก็ต้องถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้วใส่แค่ชุดนั้นไปนั่งแต่งตัว *นี่สินะถึงไม่ให้ถ่ายรูป ^^;

ด้านในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ามีอ่างล้างหน้า ตู้ล็อกเกอร์ ห้องน้ำ อุปกรณ์สำหรับล้าง เช็ดหน้าครบชุด หลังจากถ่ายรูปเสร็จล้างหน้าสระผมที่นี่ได้เลย มีไดร์เป่าผมให้ด้วย โฟมล้างหน้าก็มี

 photo MBT10946_zps86983890.jpg

ขั้นแรกคือการเก็บผมทั้งหมดใส่เน็ท (ที่คลุมผม) เพื่อทำการลงแป้งครึ่งตัวบนและแต่งหน้า เชือกสีชมพูเราจะได้เห็นตลอดเวลา กว่าจะแต่งเสร็จออกมาสวยเรามีเชือกชมพูพันตัวประมาณ 10 เส้น!  รัดจนแน่น

 photo MBT10949_zps9e60aa1e.jpg photo MBT10952_zps67a60fae.jpg photo MBT10953_zps59ccee03.jpg photo MBT10960_zps385ff216.jpg photo MBT10964_zps9eb2bfa7.jpg

ระหว่างที่ทาตัวด้วยแป้งสีขาวๆที่เราเห็น ก็ได้มีการพูดคุยกันไปเรื่อยๆเป็นความรู้

*ทำไม ไมโกะ กับ เกอิชา ต้องหน้าสีขาวด้วยคะ << เรารู้ว่าทุกคน อยากถามเหมือนกันและอยากรู้คำตอบเหมือนกัน >>

…. เพราะว่า สมัยก่อนเค้ามีแค่แสงเทียนสีนวลๆเหลืองๆริบหรี่ๆ การทาหน้าสีขาวนอกจากทำให้ดูสวยพอดีกับแสงไฟแล้วยังทำให้เห็นใบหน้าของไมโกะได้ชัดอีกด้วยค่ะ

 photo MBT10995_zps0b79e3e0.jpg

แป้งที่ทาเป็นผงมาก่อนแล้วนำมาผสมเป็นของเหลว มีหลายโทนสีเผื่อผสมให้เหมาะกับไมโกะคนนั้นๆไป การทาหน้าสีขาวด้วยวิธีแบบนี้เป็นวิธีที่นักแสดงคะบุกิก็ใช้เหมือนกันค่ะ

อุปกรณ์เสริมความสวยของไมโกะ มีไม่เยอะค่ะ แค่นี้เองมีแค่แป้ง สีทาปากและน้ำมัน (ค่ะ น้ำมันก้อนๆ แทนรองพื้นของการแต่งหน้าสมัยปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้แป้งขาวๆติดหน้าได้ทนนาน)

 photo MBT10994_zps3dd1b235.jpg photo MBT10997_zps67829029.jpg

ลืมตามองกระจกอีกที หน้าซีด! ตกใจตัวเองมากเวลานั้น ขาวล้วนแบบไร้สี มันน่ากลัวสุดๆ

ช่างแต่งหน้าค่อยๆเริ่มลงสีแดง กลายเป็นสิ่งมีชีวิตต่างจากเมื่อกี้มาก

 photo MBT11001_zpsd92e01fa.jpg photo MBT10974_zps13ffba10.jpg photo MBT10990_zpsae547a99.jpg photo MBT10999_zpsdae55d24.jpg

การลบคิ้ว ด้วยเทคนิคพิเศษ แอบลืมตาดูแต่ไม่ถนัด ช่างบอกว่าใช้น้ำมันก้อนๆเมื่อกี้เลยลบคิ้วหลังจากที่ทาหน้าสีขาวแล้วก็เขียนด้วยดินสอใหม่ทับอีกครั้ง คิ้วสวยเลยหละ และก็ทาปากต่อด้วยสีแดงเช่นกัน

 photo MBT11015_zps1aafbbdf.jpg photo MBT11006_zps01d667ff.jpg photo MBT11020_zps0b12ba57.jpg photo MBT11030_zps46d74df7.jpg

รูปสุดท้ายนี่แถมด้วยเทคนิคสมัยใหม่ กรีดตาให้คมกริบ 555~

พอถึงตอนนี้ได้เห็นหน้าช่างประจำตัวเราแล้ว สงสัยดูแต่รูปช่างแน่ๆ

เค้าใจดีมากพูดคุยตลอด ยิ้มแย้ม ถามอะไรก็ตอบ (แต่ความจำสั้นไม่ได้จำอะไรกลับมาเท่าไหร่เลย) พอเราแต่งหน้าเสร็จก็เริ่มมีแขกคนอื่นเข้ามาในห้องแต่งตัวกันบ้างแล้ว ช่างคนอื่นก็ทักทายแขกที่มาทุกคนแบบกันเองมาก แนะนำชื่อตัวเองให้แขกทุกคนทราบด้วย

ถึงขั้นใส่วิก เรามีการใช้ผมจริงส่วนนึงด้วย เป็นผมส่วนหน้าทั้งสองข้าง ช่างจะแบ่งเป็นสองส่วนไว้ หลังจากนั้นจะเอาวิกมาครอบใส่แล้วเก็บผมจริง ปาดเข้ากับวิก ฉีดด้วยเสปย์ติดหนึบเลยเหมือนผมจริงมาก

 photo MBT11034_zps83815422.jpg photo MBT11046_zps82cfcd97.jpg photo MBT11057_zpsd030bd79.jpg photo MBT11067_zpsb2a74336.jpg

มัดโบว์ที่ผมหน้าสีแดง ยิ่งทำให้ดูสดใสน่ารักไปเลย ก็เป็นอันเสร็จพิธีการแต่งหน้าและทำผมของไมโกะ

ย้ายห้องไปแต่งตัวใส่ชุดกิโมโนกัน

เลือกกิโมโนที่แขวนอยู่เป็นร้อยๆชุดได้ตามสบายเลย สีที่ชอบ ลายที่ชอบ *ตาลายไปพักนึง

เราเลยบอกช่างว่า เลือกมาเถอะขอสีแดง ลายอะไรก็ได้ ตามันลาย @~@

 photo MBT11125_zps96ed80fe.jpg photo MBT11074_zps4dc62b4d.jpg

ได้สีแดงลายดอกไม้มาถูกใจเลย การแต่งกิโมโนคนเดียวลำบากมาก ปกติก็จะต้องมีผู้ช่วย เราโดนเชือกชมพูมัดรอบตัวไม่รู้กี่เส้นละทีนี้ มัดแน่น ตามด้วยผ้าอีกไม่รู้กี่ชั้นกว่าจะได้ห่มกิโมโนสีแดง

 photo MBT11080_zpsb4c01968.jpg photo MBT11082_zpsda854b23.jpg photo MBT11083_zps8d2606ee.jpg photo MBT11086_zps79eb8904.jpg photo MBT11092_zps16cc9076.jpg photo MBT11095_zpsb123af90.jpg

มัดจนเหลือตัวนิดเดียว ไขมันบีบไปทั้งตัวเซลลูไลท์กระเด็น

มาถึงขั้นใส่โอบิ ผ้าลายสวยๆนี่ก็ยัดปลายผ้ายัดแล้วยัดอีกจนตัวแน่น ถ้าล้มก็ลุกขึ้นเองไม่ได้เลยละกัน

โอบิจะอยู่ด้านหลัง เหมือน เกอิชา เหมือนผู้หญิงญี่ปุ่นทั่วไป ซึ่งจะต่างกับสาวขายบริการที่พันโอบิไว้ด้านหน้า เพื่อสะดวกต่อการแกะ ถอด และผูกใหม่ …

 photo MBT11097_zpsc4c285b6.jpg photo MBT11106_zps0cf770d7.jpg photo MBT11107_zps4752c0ee.jpg photo MBT11111_zps32ce16a0.jpg photo MBT11115_zpsf79bfaa9.jpg

ราคาของกิโมโน ดูได้จากลายผ้าที่ปักค่ะ ราคาจะแพงถ้าเป็นลายนกกระเรียน หรือ หงส์

สิ่งที่หลายๆคนยังเข้าใจผิดกันว่า ไมโกะ หรือ เกอิชา คือผู้หญิงขายตัว นี่เป็นความรู้ที่ผิดมากๆ

เครื่องประดับเพิ่มเติมนอกจากโบว์แดงเส้นเดียวบนหัวตอนแรกแล้ว ยังมี ปิ่นและดอกไม้

ซึ่งดอกไม้ประดับผมของที่นี่ แบ่งเป็นดอกไม้ประจำของแต่ละเดีอนด้วยค่ะ เราเลือกดอกไม้ของเดือนกันยายน

 photo MBT11130_zps5042687b.jpg

เสร็จเรียบร้อย เราใช้เวลาแต่งหน้า ใส่วิกและแต่งกิโมโนไปทั้งหมด หนึ่งชั่วโมงเต็ม

ต่อไปคือการเข้าไปถ่ายในสตูดิโอและถ่ายด้านนอก (outdoor) อย่างละเซ็ตด้วยค่ะ

 photo MBT11135_zpsa33dc4af.jpg photo MBT11154_zps68c7c66c.jpg

บอกไว้ก่อนเลยว่า นั่งแล้วลุกเองไม่ได้ค่ะ ต้องมีมือวิเศษยื่นมาช่วยดึงให้เราลุกขึ้น เพราะตัวแน่นมาก

เราถ่ายในสตูดิโอโพสท่าไปตาม plan ที่เลือกไว้ พอครบช่างแต่งหน้าก็จะมารับเราไปถ่ายรูปด้านนอก คือช่างแต่งหน้าทำผมตอนนี้เป็นผู้ช่วยตากล้องอีกทีคอยถือกระเป๋ากับ reflector เดินตาม

รองเท้าของไมโกะ … เป็นแบบนี้ค่ะ

 photo MBT10945_zps7b6e1c8f.jpg photo MBT11186_zps7182947b.jpg

เดินยากพอตัว ต้องเตาะแตะๆไปตามเรื่องตามราว อย่าได้ไปวิ่งแข่งกับใครเลยหน้าทิ่มแน่นอน

เดินผู้ดีๆไปเรื่อยๆ เจอทางหินกรวดก็ต้องเกาะเพื่อนหละทีนี้

 photo MBT11217_zps333050dd.jpg

เราทิ้งกันไว้ก่อนหน้าว่า หลายคนเข้าใจผิด ว่าไมโกะกับเกอิชาเป็น ผู้หญิงขายบริการ…ทางเพศ

ไมโกะ และ เกอิชา เป็นสาวที่ไม่ได้ขายบริการอย่างนั้นค่ะ แต่ให้บริการด้านความบันเทิงกับลูกค้า เช่นการเล่นดนตรี การพูดคุย การชงชา การจัดดอกไม้หรือแม้แต่การวาดรูป ดังนั้นไมโกะและเกอิชา คือนักศิลปะ นักการพูด และนักบริการที่ดีมีความรู้มากกว่าผู้หญิงสามัญชนทั่วไปเสียอีก การฝึกฝนที่ต้องใช้เวลาทำให้เด็กผู้หญิงหลายคนต้องเข้าฝึกตั้งแต่อายุยังน้อย เราจึงเรียกเด็กผู้หญิงพวกนั้นว่า “ไมโกะ” เด็กน้อยไมโกะเหมือนเด็กฝึกงานที่คอยเรียนรู้งานจากรุ่นพี่คือ “เกอิชา”

จึงพูดให้เข้าใจง่ายๆว่า “ไมโกะคือเกอิชาตอนเด็กนั่นเอง”

 photo MBT11264_zps825d1d75.jpg photo MBT11262_zps3c5f14c0.jpg photo MBT11257_zps8834d2c0.jpg

ทีม @japaijapan ขอบคุณร้าน Gion AYA ที่อนุญาตให้เราได้ถ่ายรูปในหลายๆส่วนและอนุญาตให้นำมาเผยแพร่ต่อได้
เพื่อเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ เรื่องเล่าต่างๆมีแทรกไว้ในใต้รูป
เราอยากให้คนไทยได้รับรู้เรื่องที่ถูกต้อง สวยงาม และปรับเรื่องการเข้าใจผิดบางส่วนให้เข้าใจตรงกัน blog ตอนนี้อาจจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยและเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับอีกหลายๆท่านที่ยังไม่เคยได้ลองทำ

 photo MBT11275_zps20cd2553.jpg

ถ้าท่านใดมี plan ไว้ว่าอยากจะลองเป็นไมโกะ ใส่กิโมโนเดินในเมืองกิองสักครั้งแล้ว
การเลือกร้านเป็นสิ่งสำคัญค่ะ ราคาถูกแพงมีให้เลือกเยอะจริงๆตลอดทาง
แต่เรามั่นใจว่า AYA ใช้เครื่องสำอางดี ชุดกิโมโนลายสวยดูมีราคา และการบริการแบบให้เต็มร้อยเปอร์เซนต์
อ่านจากรีวิว หรือ ดูจากเวบไซด์ของร้านนั้นๆ อาจจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายและไม่ผิดหวังกับผลงานแน่ๆค่ะ

 photo MBT11252_zps851acb76.jpg

เรื่องของเกอิชา ไมโกะ และ โออิรัน มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “เอ๊ะ เจแปน” ของคุณณัฐพงศ์ ไชยวานิชย์ผล ได้เขียนไว้สั้นๆแต่เข้าใจง่าย ส่วนตัวเราชอบคำพูดที่เค้าใช้เรียก เกอิชาและไมโกะ ว่า “กลุ่มสืบสานวัฒนธรรม”

 photo 590141839111_zpse6c8ad9c.jpg

Dec 21

【SAGA】ทริป 5วัน 4คืน : เทศกาลบอลลูนนานาชาติ/คะระสึกุนจิ/เมืองเซรามิกระดับโลกอะริตะและอิมาริ/โรงแรมติดดาวมิชลิน (part 2 Arita และ Forest Inn Imari)

เป็น Blog มหากาพย์มากเพราะไปแต่ละที่ มันแปลกใหม่ บางคนก็มีหลังไมค์มาขอข้อมูลเพิ่มเติม ตามกันไปถึงที่ที่รีวิวเลยก็มี

จังหวัดซะงะ (SAGA) ส่วนตัวเราไปมา 4-5ครั้ง เฉลี่ยทุกปีแล้วก็เปลี่ยนๆที่กันไป

 

จากตอนแรกที่ว่ากันเรื่องของเทศกาลบอลลูน จัดปีละครั้ง ตามอ่านเรื่องบอลลูนและการเดินทางไป SAGA ได้ที่นี่

【SAGA】ทริป 5วัน 4คืน : เทศกาลบอลลูนนานาชาติ/คะระสึกุนจิ/เมืองเซรามิกระดับโลกอะริตะและอิมาริ/โรงแรมติดดาวมิชลิน (part 1บอลลูน)

 photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-13.jpg

 

ตอนสองจะเน้นเป็นโรงแรมที่เราไปพักและอาหาร แล้วก็แถมร้านอาหารระหว่างทางที่แวะไปทานแล้วอยากแนะนำ

ระหว่างทางจากตัวเมืองซะงะไปเมืองอิมาริ(ปลายทางที่พักของเราสองคืน) เราผ่านเมืองอะริตะก่อน ร้านที่ไม่แวะไม่ได้เลยเพราะเพื่อนเอารูปมาอวดคราวก่อนแล้วว่าบอก ร้านนี้กิ๊บเก๋ ต้องไปให้ได้นะ!

Gallery Arita

ทางเข้าหน้าร้านวันฝนตกก็ไม่ทันได้ดู แต่ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจเลย …. แต่พอเปิดเข้าไปในร้าน โหวววว ~

 photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-32.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-37.jpg

ที่นี่เป็นแกลอรี่จัดแสดงเครื่องใช้ที่ทำจากเซรามิกของเมืองนี้ค่ะ ที่เราไปเจอเซรามิกชุดพิเศษด้วย ~
Hello Kitty

 photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-35.jpg

ดูราคาค่ะ ไม่ใช่ทั้งเซ็ตนะคะ ก็สวยสมน้ำสมเนื้อ ^^;

 photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-36.jpg photo FA94D77A-7DA0-4C76-BEAB-7A3D76B3973F_1.jpg

ยังมีจานที่ทำร่วมกับคาเรกเตอร์ของ SANRIO ตัวอื่นๆด้วยนะคะ

 photo CFF11BA5-BE80-44EE-9548-E2C9A6BC0C63.jpg photo A016D886-192C-4202-9878-E37BBFF1963D.jpg

ร้านนี้อาหารอร่อยจริง ของเราสั่งแค่เมนูง่ายๆอย่างไก่คาราเกะก็มาเป็นชุดแบบนี้เลยใช้จานชามเซรามิกของเมืองนี้ทั้งหมดค่ะ
มีของหวานกับกาแฟหรือชาด้วย จะมาทานแค่ขนม จิบชากาแฟก็แนะนำเลย ~ ถ้วยชากาแฟที่โชว์อยู่ทั้งหมด 2,000กว่าลาย ให้เราเลือกเอามาใส่ชากาแฟได้เองเลยค่ะ
เราตาลายไม่เลือกเลยให้พนักงานจัดมาตามความเหมาะสม 555~

 photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-38.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-33.jpg

แวะไปห้องน้ำยังอดที่จะถ่ายรูปมาไม่ได้ ช่างเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องศิลปะเซรามิกซะจริงๆ
ภาษาญี่ปุ่นนี่พูดว่า “เซตะคุ” เลยคือ เหลือกินเหลือใช้มาก ของดีมีเยอะก็เอามาตกแต่งทุกส่วน

 photo 4CF7EDB1-D041-493D-A659-580EB49EDEDC.jpg photo C1ACA832-43B4-42EF-920C-8AE41E4A59B5.jpg

สำหรับคนที่สนใจจะไปร้านนี้นะคะ มีรายละเอียดที่เวบการท่องเที่ยวของเมืองอะริตะ ที่นี่ค่ะ
http://www.arita.jp.e.ew.hp.transer.com/gourmet/post_14.html

เปิดตั้งแต่ 09:00~19:00 เดินไกลหน่อยจากสถานีรถไฟ 10นาที(คนญี่ปุ่น ก็น่าจะ 20นาทีคนไทย)

ต่อไปเราก็แวะเที่ยวตามแกลอรี่ต่างๆในเมืองอะริตะ

The Kyushu Ceramic Museum ดูประวัติศาสตร์ของเครื่องปั้นดินเผายุคเดิม แล้วก็มีให้ออกแบบจานของเราเอง (แถวสองอันแรกจานเราเองนะ)

Fukagawa Seiji Museum แกลอรี่นี้เจ๋งดีค่ะ เป็น digital art gallery ศิลปะแบบผสมผสานความสมัยใหม่ลงไป ทำให้สนุกมากกว่าไปยืนอ่านเฉยๆ

จานสีแดงที่อยู่ในภาพ เราเป็นคนเอามาวางพอสักพักฉากพื้นก็กลายเป็นสีแดง แล้วมีคนเอาจานผีเสื้อมาวางในภาพก็จะมีผีเสื้อออกมาบินด้วย

 photo 655F073D-69F2-4949-BE89-40ED45FEADDE.jpg photo D42FE748-AE21-4179-9E1E-CF77FE6B8C3E.jpg

ขากลับจากอะริตะ อย่าลืมแวะจุดนี้อยู่ในสถานี Arita เลยค่ะเค้าวางไว้ให้เอากลับบ้านเป็นที่ระลึกได้นะคะ
*คนละหนึ่งชิ้น*
เค้าเรียกว่า ฮะมะ (Hama) เป็นที่รองแก้วเซรามิกที่หลังจากเผาเสร็จแล้วไม่ได้ใช้งานต่อ
เราเอากลับมารองแก้ว หรือเอามารองหม้อ/กะทะร้อนๆแล้ววางบนโต๊ะ

 photo B5BE7ED1-6D71-41E7-8EE1-D1BE15BE7BDA.jpg photo C366EC0B-242C-40CF-853A-F8F38F80F204_1.jpg photo ff2873dc-cd11-4ac2-8504-82bfc6e1e8bd.jpg

โรงแรมที่เราพักสองคืนอยู่ที่เมืองอิมาริ ชื่อว่า Forest Inn Imari
เราจะไปเที่ยวในเมืองอิมาริและงานแห่คะระซึตอนกลางคืนเช้าวันรุ่งขึ้นอีกวันก็กลับโตเกียว
คืนแรกหลังจากเชคอินโรงแรมแล้วก็พักผ่อน แล้วก็ขอ inspection โรงแรมรอบๆขอดูห้อง Suite ที่เราจะพักแต่ไม่ได้พักด้วย ^^;
เพราะว่ามีแขก VVIP มาจากสหรัฐอเมริกา จำต้องยอมให้ห้องนี้ไป … มื้อเย็นเราก็ทานในโรงแรมเลย Full course มากๆอาหารอร่อยสุดๆ

Lobby โรงแรม ไม่ต้องยืนเชคอินนะคะ รอที่โซฟาพนักงานมาจัดการให้ ..
กระเบื้องที่เป็นลายต้นซากุระทางด้านซ้าย พนักงานโรงแรมบอกว่าใช้กระเบื้องเซรามิกของเมืองอิมาริมากถึง 5,000แผ่นเลยทีเดียว เป็นสัญลักษณ์ของโรงแรมนี้เลย
 photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-40.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-41.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-64.jpg

โรงแรมนี้มีพื้นที่กว้างมากๆแล้วก็ได้ข่าวว่าซื้อที่เพิ่มอีก เพื่อจะขยายกิจการ
เห็นกว้างๆแบบนี้ (118,800ตรม.) เค้ามีห้องพักแค่ 31ห้องเท่านั้นค่ะ ก็เดาได้ว่าแต่ละห้องมันต้องกว้างใหญ่ วิ่งเล่นได้แน่นอน
Forest Inn Imari ได้รับรางวัลติดดาวมิชลินสูงสุด 4ดาวของปีนี้นะคะ (การจัดดาวของที่พักสูงสุดมีแค่ 4 ดาว)

 photo A5DCD0AD-3A19-4AA0-A984-3303641CA557.jpg

ห้องที่เราพักเป็นห้องแบบญี่ปุ่น (Japanese room) ขนาด 10 tatami mats ซึ่งก็มีทั้งแบบ 8 tatami mats/10 tatami mats/12 tatami mats (tatami คือ ขนาดหนึ่งเสื่อตามการเรียกแบบญี่ปุ่น หนึ่งเสื่อมาตรฐานประมาณ 90cm*180cm)

**ส่วน BVLGARI set นั้นทางโรงแรมจัดให้เราพิเศษ ปกติจะอยู่ในห้อง Suite เท่านั้น (ถ้ามีคนไปพักแล้วไม่ได้แบบนี้ ^^;อย่าไปต่อว่าโรงแรมนะ)

 photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-46.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-42.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-43.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-44.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-45.jpg

ส่วนห้องสูทที่เราอยากพัก แต่ไม่ได้พักเพราะมีแขกคนสำคัญมาตรงกับวันที่เราพักพอดี ตอนแรก GM ของโรงแรมก็ไม่บอกเราว่าใครจนลูกค้า chk-out ออกไปแล้วถึงได้ทราบว่า “Caroline Bouvier Kennedy” ลูกสาวคนโตของประธานาธิบดี Kennedy (JFK) มาพักค่ะ http://ameblo.jp/forestinnimari/entry-11948970151.html

มาดูกันว่าห้อง suite ของที่นี่เป็นอย่างไร เค้ามีสามแบบนะ แยกเป็นสวีท 2ห้อง จูเนียร์สวีท 1ห้อง
ส่วนห้องแบบ Standard ก็มีแบบเป็นเตียง แล้วบางห้องก็เป็นห้องอาบน้ำแบบ shower

 photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-48.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-49.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-51.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-50.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-54.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-53.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-52.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-55.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-59.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-57.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-60.jpg

 

ถ้ารอบหน้าไปค่อยว่ากันใหม่นะ ที่ชอบเลยเพราะโรงแรมนี้เงียบ สงบมากๆ แค่เข้าไปพักแช่ออนเซน นวดตัวก็ถือเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้ว เพราะออนเซนที่นี่ดีทำให้ผิวสวย

ก่อนไปห้องอาหารเราเดินผ่านห้องจัดเลี้ยงเลยขอเข้าไปถ่ายรูป ยังไม่เคยมีโอกาสไปงานแต่งงานคนญี่ปุ่นเลย

 photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-63.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-62.jpg

อาหารมื้อเย็นของเราที่โรงแรม ก็มีให้เลือกระหว่างอาหารญี่ปุ่นหรือแบบตะวันตก เราขอเป็นตามใจเชพแล้วแจ้งไปว่าไม่ทานเนื้อวัว ไม่ทานเต้าหู้ เชพจัดออกมาได้แบบนี้

 photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-65.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-66.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-67.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-68.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-69.jpg photo saga-karatsu-forestinn-imari-arita-70.jpg

เห็นน้อยๆแบบนี้ … อิ่มนะคะ แล้วยังมีของหวานที่คิดค้นทำเองสูตรของที่นี่โดยเฉพาะอีก
เราขอเปลี่ยนไปนั่งตรงโซฟา ฟังเพลง แล้วก็กาแฟร้อนๆกับพุดดิ้งเกาลัด(เม็ดเบอเร่อ) ก่อนจะไปแช่ออนเซนแล้วเข้านอน

 photo 5498573B-6DC9-469B-AA87-CAC20B80F668_1.jpg

 

วันรุ่งขึ้นจะไปเที่ยวอีกหลายที่เลย เมืองอิมาริ โรงสาเกที่เค้าว่ามี “กัปปะ” ตัวจริง! จะไปให้เห็นกับตาเลย จะแถมมื้อเช้าและมื้อกลางวันของโรงแรมนี้ให้ชมด้วย อร่อยทุกมื้อจริงๆ

*ตอนที่หนึ่ง【SAGA】ทริป 5วัน 4คืน : เทศกาลบอลลูนนานาชาติ/คะระสึกุนจิ/เมืองเซรามิกระดับโลกอะริตะและอิมาริ/โรงแรมติดดาวมิชลิน (part 1บอลลูน)

*ตอนที่สาม【SAGA】ทริป 5วัน 4คืน : เทศกาลบอลลูนนานาชาติ/คะระสึกุนจิ/เมืองเซรามิกระดับโลกอะริตะและอิมาริ/โรงแรมติดดาวมิชลิน (part 3 เมืองอิมาริ/สาเกกัปปะ)

*ตอนที่สี่【SAGA】ทริป 5วัน 4คืน : เทศกาลบอลลูนนานาชาติ/คะระสึกุนจิ/เมืองเซรามิกระดับโลกอะริตะและอิมาริ/โรงแรมติดดาวมิชลิน (part 4 ปราสาทคะระสึ/เทศกาลแห่คะระสึกุนจิ)

【SAGA】ทริป 5วัน 4คืน : เทศกาลบอลลูนนานาชาติ/คะระสึกุนจิ/เมืองเซรามิกระดับโลกอะริตะและอิมาริ/โรงแรมติดดาวมิชลิน (part 1บอลลูน)

Gallery

This gallery contains 1 photo.

ตั้งชื่อพาดหัว blog เหมือนขายทัวร์! จริงๆลังเลอยู่นานมาก ว่าจะแยกเขียนเป็นตอนๆแบบเดิมดีมั้ย แต่ดูแล้วหลายคนน่าจะชอบแบบแพคเป็นทริปเลย รอบนี้ก็เลยจะริวิวยาวตลอดห้าวันที่ไปอยู่ SAGA แล้วกันนะ รอบนี้เดินทางคนเดียวเช่นเคย จากนาริตะไปลงที่ฟุคุโอกะแล้วใช้บริการรถบัสต่อ คืนก่อนเดินทางเราไปลองพักโรงแรมแคบซูลที่สนามบินนาริตะมา มีริวิวไว้ที่นี่  ((9h-nine hours))–รีวิวโรงแรมแคปซูลแห่งใหม่สนามบินนาริตะ จากสนามบินฟุคุโอกะ ออกมาด้านนอกมองหาป้ายรถบัส High way Bus ตรงนั้นจะมีตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ ถ้าไปจังหวัดซะกะก็ราคา 1,230เยน ได้ตั๋วแล้วก็ไปยืนรอที่ช่องนี้เลย ถ้าใครไม่ทราบหรือกลัวจะซื้อตั๋วผิด ถามเจ้าหน้าที่ได้ เค้ามีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่หน้าตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ สอบถามราคากับที่ขึ้นป้ายรถบัสได้เลย ใช้เวลาราวๆ 40-50 นาทีก็จะมาถึงสถานีรถบัสของจังหวัดซะงะ เดินออกไปนิดเดียวก็จะเป็นสถานีรถไฟของสถานีซะงะเลย ช่วงนี้เป็นช่วงที่เค้าจัดงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติ ทั้งสถานีและเกือบทั้งเมืองก็ประดับประดาไปด้วยบอลลูนลูกเล็กๆนี่หละค่ะเต็มไปหมดเลยน่ารักมากๆ ปีนี้มีถ่ายทอดสดจากสนามแข่งด้วยระบบ 4K เลยชัดกันไปข้างนึง เดินผ่านกล้องที่มีเขินเพราะคนเห็นทั้งสถานีรถไฟ ภายในสถานีรถไฟซะงะมีร้านอาหารหลายร้าน ทั้งราเมน … Continue reading

Sep 26

แนะนำ “คาเฟ่นกฮูกที่โตเกียว” : Ikefukurou cafe’

วันก่อนหลังจากกลับจากไปชมดอกฮิกังบะนะ ต้องเปลี่ยนรถไฟที่สถานี Ikebukuro อยู่แล้ว ตัดสินใจออกมาเดินเล่นกันที่นี่สักหน่อย มุ่งหน้าไปร้านคาเฟ่ที่เพิ่งเปิดใหม่เลย “นกฮูกคาเฟ่”

blog ดอกฮิกังบะนะ  http://redlovetree.com/higanbana-redspiderlily-kinchakuda-saitama-manjushage/

 

 photo 7D289CB4-0138-4BB2-A407-37D37FE41EC7.jpg

ร้านนี้แบ่งเป็นรอบๆไปลงชื่อจองก่อนล่วงหน้าเลยว่าจะเข้ารอบกี่โมง วันธรรมดากับวันหยุดก็จะมีรอบไม่เหมือนกัน
และที่สำคัญไม่ได้เปิดทุกวันค่ะ เพราะต้องการให้นกฮูกได้พักผ่อนและไมเครียดเกินไปด้วย

 photo CB6C7653-0F08-46DD-A367-B088EE6F090D.jpg

ค่าบริการวันธรรมดา 1,000เยน วันหยุด 1,200เยน ได้เครื่องดื่ม 1อย่างค่ะ
แต่มีรายการอาหารอย่างอื่นขายด้วย ถ้าสั่งเพิ่มก็บวกเข้าไป เราสั่งเค้กมาสองชิ้นเป็นชีสเค้กและข็อกโก้ลาวา

 photo 13E3CDC7-A7F9-42FB-860E-90CC524771B2.jpg photo CF30C57B-FA83-4BC0-8B7F-BA3AE63415E5.jpg photo B68CD9DE-D32B-4581-AF96-075BBFA477AA.jpg

ภายในร้านไม่กว้างมาก มีแค่ 6โต๊ะ (โต๊ะสองคน) ค่อนข้างแคบไปนิดแต่ว่าไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่กับโต๊ะก็ได้นะ เค้าให้เดินเล่นได้ทุกส่วนในร้าน จับนกได้ทุกตัวและถ้าตัวไหนอารมณ์ดีเค้าก็จะเอามาให้เล่นด้วยเลย เช่น เกาะแขนบ้าง เกาะหัวบ้าง

 photo 0FE2D5AF-48C9-4E60-BCAA-8FA4DE552CFA.jpg photo 298EBB03-45C5-477D-A00F-0C85B753E6EE.jpg photo 5459B629-ED2E-4597-A6AC-201A4A921504.jpg

ที่นีมีนกหลายตัว มีชื่อด้วยแล้วก็มีบอกว่าตัวไหนมาจากที่ไหน ก่อนออกจากร้านเค้าให้เราโหวตด้วยว่าชอบตัวไหนมากที่สุด แต่ละตัวก็นั่งกันนิ่งให้จับให้ลูบปีกลูบหัว เข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆได้เลยไม่ดุแล้วก็ไม่กัดด้วย แคตโตะเป็นคนกลัวนกมาก มาคราวนี้หลงรักนกฮูกเข้าให้เลย มันน่ารักสุดๆ

 photo 82C62376-648B-4E1E-889B-4A344A92A0D1.jpg photo 8E3C31AD-B909-42AC-AD2F-0108CDD4D400.jpg photo 4113CED6-D399-4C08-9D4A-A13EE44F6E4D.jpg photo 473B40FF-AC08-44B2-86C0-8CB566573EAB.jpg photo CF310ABC-455C-4F70-A073-4261486C262E.jpg photo A233EAC7-B57C-4BC2-A24D-9FD527741FAE.jpg photo A2B7B45F-19AA-467D-B57E-A1F935971837.jpg photo 565EE0F6-4FF5-4F07-A4D5-C153C9F45034.jpg photo E52A3736-08F4-433E-9E2E-1B57EE9E47CC.jpg photo CAD8FD81-9766-4174-80CD-3C83D6D1699C.jpg photo 0CA45C33-7AB7-4B11-A143-E0DF690EB126.jpg

ประสบการณ์ที่แปลกดีที่ได้ใกล้กับนกฮูกขนาดนี้ ถ้าสนใจไปร้านนี้ก็ดูรายละเอียดที่เวบเค้าได้เลยจ้า
www.ikefukuroucafe.com

Yufuin no Mori : จาก “ยุฟุอิน” เข้าสู่เมืองออนเซน “เบบปุ”

Gallery

This gallery contains 1 photo.

จากตารางรถไฟที่ไปดูมา เตรียมตัวรอขึ้นจากสถานียุฟุอินไปโออิตะจะมีแค่ขบวนเดียวค่ะ คือเวลา 12:36 เพราะส่วนใหญ่คนจะนั่งไป Hakata กลับฟุคุโอกะกันซะมากกว่า ตัวสีเขียวคือเวลาของรถไฟ Yufuin no Mori   จาก Yufuin : ยุฟุอิน เมืองแห่งขุนเขาและสายน้ำและ….โรลเค้ก เราจะไปที่เมืองแห่งออนเซนคือ เบบปุ check-out ออกจากโรงแรมก็เดินกลับไปสถานีก็ต้องผ่านถนนสายหลัก แวะกินไปเรื่อยๆค่ะ เพราะรถไฟออก 12:36 มีเวลาเยอะเลย ร้านแรก โคโรคเกะ หรือมันทอด บางอย่างก็ทำด้วยเนื้อวัวบดละเอียดแล้วมาชุปแป้งทอด หรือคนไม่ทานเนื้อวัวก็มีผัก หรือ มันไส้ชีสแบบที่แคททานอยู่ ร้านนี้เค้าได้รับรางวัลอะไรสักอย่างในหนังสือบอกว่า อร่อยที่สุดดดดด ~ เช้าๆก็หิวเลยสักชิ้นนึง มีคลิปให้ด้วย … ทานก็แล้ว เดินเล่นก็แล้ว เหลือเวลาอีกก็เลยไปนั่งร้านขนมใกล้ๆสถานีรถไฟค่ะ … Continue reading

Yufuin : ยุฟุอิน เมืองแห่งขุนเขาและสายน้ำและ….โรลเค้ก

Gallery

This gallery contains 1 photo.

เป็นการออกไปพักผ่อนต่างจังหวัดแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน คือ ไม่วางแผน ไม่หาข้อมูล แวะซื้อหนังสือเล่มเดียว กับอีกเล่มที่ได้มาครั้งที่เปิดตัวหนังสือ “โตเกียวใครๆเที่ยวได้” ของตัวเองแค่นั้น … เพราะว่าตั๋วจองไป OITA คราวนี้จองไว้ล่วงหน้าสามเดือน จนลืมไปเลยด้วยว่ามีทริปนี้อยู่ เพิ่งมาจองโรงแรมก่อนไปไม่กี่วัน **อันนี้ไม่ควรทำตามนะ มันจะเสียเวลาเที่ยว แต่เป้าหมายของแคทคือ ไปแช่ออนเซนสบายๆเท่านั้น ไม่ได้เก็บแต้มสะสมที่เที่ยวหรือเพิ่มจุดเชคอินใน swarm ^____^ ก็เลยคิดว่าไปๆเถอะ เดี๋ยวหิวขามันก็พาเราไปร้านเอง หรืออยากเที่ยวค่อยเปิดๆดูหนังสือระหว่างนั่งรถเอาก็ได้ ก็เลยกลายเป็นทริปนี้แบบไม่มีอะไรหวือหวา เที่ยวสบาย ชาร์ตแบตให้ร่างกายเต็มที่จริงๆ สงบกับเมืองเงียบๆและมีสมาธิคิดอะไรได้เยอะแยะเลย ——————————————————————————————————– เดินทางไปจากนาริตะ ด้วยสายการบินสีส้มค่ะ วันเดินทางอากาศดี๊~ดี แต่วันที่อยู่โออิตะสี่วัน ฝนตกถล่มเมืองทุกวันเลย T____T ผู้หญิงเรียกฝนสินะๆ เที่ยวบินเช้าออกแปดโมงครึ่ง ไปถึงโออิตะสิบโมงครึ่ง ราวๆสองชั่วโมง แวะซื้อข้าวหน้าปลาซาบะย่างด้วยถ่านหอมๆ … Continue reading

Sep 09

Tokyo is Calling ~ ในแมกกาซีน Hamburger

เป็นคอลัมน์ล่าสุดของปีนี้ถึงเดือนกรกฎาคม 2557 ในแมกกาซีน Hamburger  ได้รับการติดต่อจากคนญี่ปุ่นให้เขียนเกี่ยวกับโตเกียวและจังหวัดจิบะ (Chiba) ทั้งหมดสี่หน้าค่ะ

เล่มนี้กลับไปไทยก็ไปซื้อเก็บไว้เองแล้วยังได้รับจากสำนักพิมพ์มาอีกเล่มด้วยส่งมาให้ถึงโตเกียวเลยค่ะ

 

  photo 10411209_812528775446964_43807790474018584_n.jpg

Sep 09

สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 31 สิงหาคม 2557

Blog ตอนนี้ขอเก็บไว้เป็น portforio นะคะ ของหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557  สัมภาษณเรื่องทั่วไปและประวัติส่วนตัวของเราลงไปหนึ่งหน้าเต็มๆ พร้อมกับรูปที่สวยถูกใจมากเลย

 

 photo 10616005_825809704118871_6574674707070133346_n.jpg photo 10426215_826697904030051_8948228329528678683_n.jpg

ขอบคุณพี่เปิ้ลจากมติชนและน้องปลาจากสรรพสารที่ติดต่อเรื่องการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ค่าาา

 photo 10593097_821171651249343_9220112094186630469_n.jpg

เป็นลิงค์ที่สามารถดาวโหลดมาอ่านได้นะคะ

https://docs.google.com/file/d/0B0FQy-yULs6MamJ3TjBCVXNtajA/edit?usp=docslist_api

โรงแรมที่ยุฟูอิน : CHOU CHOU DE MONET (Yufuin Ladies’ Hotel)

Gallery

This gallery contains 1 photo.

มาแนะนำโรงแรมน่าพัก ราคาเบาๆ “สำหรับสาวๆ” ที่จะไปพักที่ยุฟูอิน ที่ต้องบอกว่าสาวๆ เพราะว่าโรงแรมนี้สำหรับผู้หญิงเข้าพักเท่านั้นค่ะ หลายคนมาถึงยุฟูอินแต่ไม่พักก็มี เพราะที่นี่ไปเช้าเย็นกลับก็ได้ ส่วนมากก็กลับมาพักกันที่เบบปุ หรือ ไม่ก็กลับไปฮะกะตะ (ฟุคุโอกะ) เลย แต่ถ้าคนที่เที่ยวไม่เก็บแต้ม ไม่รีบทำเวลา อยากชิลๆ ที่เมืองนี้ให้เวลาสักหนึ่งวันหนึ่งคืนก็กำลังสวยค่ะ กลางคืนไม่ได้มีแสงสีผับบาร์ร้านเหล้า แต่เหมาะกับเป็นที่ตากอากาศตอนเช้าๆตื่นมาไปทะเลสาบก็ดี แวะทานขนมอาหารตอนเช้าก่อนกลับก็ได้     CHOU CHOU DE MONET (Yufuin Ladies’ Hotel) อยู่ไกลจากสถานีค่ะ บอกเลยเดินเกือบ 20นาที แต่……. อย่าเพิ่งถอดใจไป ถึงจะไกลจากสถานี แต่มันคือ เส้นทางเดียวกับถนนคนเดินหรือถนนสายอินดี้ที่ปลายทางนี้เองคือที่ตั้งของโรงแรม ยังไงซะ ทุกคนก็ต้องเดินทางสุดทางนี้แน่นอน ซึ่งโรงแรมก็ตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบด้วย … Continue reading